การใช้งานเครื่องฉีดน้ำล้างรถ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สิ่งที่เราต้องทบทวนอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน เพราะว่าเครื่องล้างรถมีด้วย กันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแต่ 70 Bar 90 Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลาก หลายแรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องปริมาณการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และประเภทของมอเตอร์ งบที่เราตั้งเอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับรองสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)
อย่างที่บอกในข้างต้น ควรเลือก (Pressure) แรงดันเท่าไรดี ?
จากความช่ำชองของการขายเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาพอสมควร ผม มักจะสรุปได้ดังนี้ คือลูกค้ามักเลือกใช้งานเครื่องล้างอัดฉีดไปใช้งานไม่ตรงกับ ประเภทการใช้งานจริงๆ เนื่องจากว่า ซื้อเอาเพราะราคาไม่แพง ก็พอ คิดว่าไม่แตกต่างกัน สำหรับเครื่องมือช่างอื่นๆ ผมว่าพอทำได้ แต่เครื่องฉีดน้ำล้างรถเป็นข้อยกเว้น มันเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับแรงดัน ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายถ้าหาก การผลิต และการ QC มาไม่ดีพอ (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผู้เขียนไม่มีนโยบายให้ลูกค้าต้องใช้ของแพง)

ผู้ใช้งานเครื่องล้างรถ ให้พิจารณาดังนี้ ว่าเราต้องการเอาไปชะล้างอะไร เช่นถ้าหากเอาไป ล้างรถยนต์ ล้างพื้นบ้าน(พื้นที่ไม่ใหญ่มาก) ให้พิจารณาเครื่องล้างอัดฉีดประมาณ 100-120 Bar ก็พอแล้ว เอาที่มีอัตราการใช้น้ำมากหน่อยลองเปรียบเทียบดู แล้วไปดูว่าลักษณะมอเตอร์เป็นระบบใด สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ให้แรงดันขนาดนี้จะมีมอเตอร์ให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ universal Motor (มีแปรงถ่าน) และอีกชนิดคือ ชนิด Induction Motor
สำหรับเครื่องฉีดน้ำที่ใช้มอเตอร์ชนิด universal Motor นั้นมีจุดเด่นคือความถูก ข้อเสียคือ จะมีความร้อนสะสมรวดเร็วทำให้ใช้งานต่อเนื่องยาวนานไม่ได้ ใช้ประมาณ 20-25 นาที ต้องพักประมาณ 10-15 นาที และมีเสียงดังมาก ถ้าหากคุณใช้งานตามบ้าน ไม่ได้ใช้งานหนักก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ราคาอยู่ประมาณ 2,xxx – 7,xxx บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และ คุณภาพครับ
สำหรับเครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ชนิด Induction Motor เป็นมอเตอร์ความเร็วรอบต่ำ ทำให้ความร้อนสะสมน้อย ทำให้ฉีดต่อเนื่องได้ยาวนาน เสียงเงียบ สำหรับผู้ใช้ตามบ้านที่เป็นห่วงเรื่องเสียงของเครื่องฉีดน้ำ ล้างรถ แนะนำให้ใช้เครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ประเภทนี้ แต่จะต้องแลกมาด้วยค่าตัวของมัน ซึ่งแพงขึ้น มาหน่อย อยู่ราวๆ 6,xxx – 2x,xxxx บาท ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ แหล่งผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งเครื่องฉีดน้ำในกลุ่มนี้ มีเทคโนโลยีต่างกันมากมาย สำหรับเครื่องฉีดน้ำในกลุ่มนี้
เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็หน้าจะเลือกเครื่องฉีดน้ำได้ตรงกับความอยากได้แล้วนะครับ

วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือช่างประจำกาย

งคืออะไร มีอะไรบ้าง
เครื่องมือช่าง คือ วัสดุอุปกรณ์ที่ช่างมือใหม่ควรมีไว้ประจำกาย เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้เลี้ยงชีพของช่าง

เครื่องมือช่างใช้เพื่อสร้างชิ้นงานของช่าง เพื่อให้ได้งานออกมาดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น

สว่านไฟฟ้า เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้หลากหลายกับงาน ใช้ได้กับงานทุกรูปแบบ พูดว่าขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะสว่านไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้สำหรับทุกๆงานช่าง สามารถทำงานได้หลายอย่าง เป็นเครื่อง มือเอนกประสงค์ ที่มีประโยชน์กับช่างมากที่สุด และราคาถูก ราคามีหลายราคา หลักร้อยบาท จนถึงหลักพันบาทเลยก็มี สว่านก็จะมีหลากหลายชนิดแยกย่อยออกไปอีก เช่น สว่านไฟฟ้า สว่านแบตเตอรี่ สว่านโรตารี่ สว่านกระแทก

เครื่องขัดกระดาษทราย เป็นเครื่องมือที่ใช้ขัดผิวไม้ ทำให้เกิดความสวยงาม และไวกว่าการใช้มือขัด เป็นเครื่องมือที่ช่วยทุ่นกำลังมากสำหรับช่างไม้ ใช้งานง่าย และยังราคาถูกอีกด้วย เครื่องขัดกระดาษทรายก็มีหลายหมู่ เช่น เครื่องขัดกระดาษทรายสายพาน เครื่องขัดกระดาษทรายแบบทรงกลม การใช้งานเครื่องขัดกระดาษทรายควรพึงระวัง ฝุ่นจากเศษไม้ที่เราขัด ขณะใช้งาน ควรใส่อุปกรณ์ให้มิดชิด เช่น แว่นตา ถุงมือ และผ้าปิดจมูก

เครื่องยิงตะปู หรือ ภาษาช่างที่เรียกกันคือ ปืนยิงตะปูเป็นเครื่องใช้ยิงตะปู เป็นเครื่องมือสำหรับช่างไม้ ช่างเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความสวยงามของงาน เพื่อยิงตะปูหรือหมุดเล็กเพื่อยึดไม้เข้าด้วยกัน ทำให้ดูเรียบเนียนกว่าการ ใช้ค้อนตีตะปู ทำให้งานสวยขึ้น ดูดี มีราคามากขึ้นอีกด้วย ข้อพึงระวังของการใช้เครื่องยิงตะปูคือ ห้ามหันปากเครื่องยิงตะปูหันไปหาคนโดยเด็ดขาด เพราะแรงดันจากเครื่องยิงตะปูมีความแรงพอ สมควร อาจจำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตได้

เลื่อยวงเดือน เป็นเครื่องมือช่างขั้นแรกสำหรับงานไม้ มีรูปร่างเหมือนเลื่อยองศาแต่ไม่มีแท่น สามารถทำได้หลากหลายลักษณะ

เลื่อยองศา เป็นเครื่องที่นิยมไว้เก็บชิ้นงานของช่าง สามารถกำหนดมุมองศาได้อย่างตรงเผง เมื่อตัดไม้ และต่อไม้เข้าด้วยกันอย่างเรียบเนียน

เครื่องเจียรเป็นเครื่องมือช่างที่ใช้สำหรับปรับแต่งผิวชิ้นงานให้มีความละเอียดเรียบเนียนเสมอกัน หรืองานที่ต้องการเพิ่มความแวววาว

เครื่องมือช่างที่บอกมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องมือช่างพื้นฐานเท่านั้น ราคาเครื่องมือช่างยุคปัจจุบันนี้ก็ไม่แพงมากราคาหลักร้อย หลักพัน ก็สามารถมีเครื่องมือช่างคู่ใจได้แล้ว ควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทงาน เครื่องมือช่างมีหลายประเภท หลายชนิด หลายลักษณะการใช้งาน แล้วแต่ช่างว่าสมควรที่จะใช้เครื่องมือแบบไหนที่เหมาะสมกับงาน งานแต่ละชนิดก็จะใช้เครื่องมือช่างที่แตกต่าง กันออกไป สำหรับช่างเริ่มหัดควรเลือกใช้เครื่องมือที่ถูกกับลักษณะของงาน เพื่อช่วยทุ่นแรงให้งานทำงาน

ปั๊มน้ำชนิดต่างๆให้สมควรสำหรับประเภทงาน และวิธีเลือกซื้อปั๊มน้ำ

“ปั๊มน้ำ” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการค้าขายกันมานาน และมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้ซื้อ

ปั๊มน้ำ ส่วนใหญ่มีอยู่ 5 ตระกูล ได้แก่ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ, ปั๊มน้ำกึ่งอัตโนมัติ, ปั๊มหอยโข่ง ปั๊มน้ำบาดาล และปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกันออกไป

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ควรสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ เมื่อมีการหมุนเปิดก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มน้ำก็หยุดทำงาน ขนาดของปั๊มน้ำอัตโนมัติมีตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับ 100–150 วัตต์ เหมาะกับบ้านที่มีผู้อาศัย 2-3 คน และ ขนาด 400 – 700 วัตต์ สำหรับตระกูลใหญ่

ปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ เหมาะสำหรับการดึงน้ำ เช่น ดึงน้ำท่วมบ้าน ดึงน้ำจากบ่อ ปั๊มจุ่มจะมีให้เลือกหลายขนาด ถ้าอยากได้ให้ดึงน้ำเร็วต้องใช้ตัวที่วัตต์สูง เช่น 200 -250 วัตต์ แต่ถ้าไม่ประสงค์ดึงน้ำมากๆ ใช้วัตต์น้อยๆ ก็จะประหยัดได้ด้วย ในการใช้งานติดต่อจะใช้ได้แค่ 7 ชั่วโมง ถ้าเกินจากนั้นปั๊มน้ำจะร้อนจัดทำให้มอเตอร์ตัดและใบพัดล็อค เราต้องถอดใบพัดออกมาหมุนกลับเข้าไปใหม่ ก็จะใช้งานได้ตามเดิม

ปั๊มหอยโข่ง เหมาะสำหรับกับการดึงน้ำเก็บใส่ถัง เหมือนที่ใช้ในการเกษตรคือส่งน้ำไปไกลๆ หรือดึงน้ำขึ้นไปบนอาคารสูงๆ เพราะปั๊มหอยโข่งจะมีแรงม้าสูง มี 1 แรงม้า 2 แรงม้า แต่ไม่เป็นระบบอัตโนมัติ ตัวนี้เหมาะกับการใช้งานติดต่อกันนานๆ

ปั๊มกึ่งอัตโนมัติ จะเหมือนๆ กับปั๊มอัตโนมัติ แต่เราต้องเปิด-ปิดสวิทช์ หรือเสียบปลั๊ก-ถอดปลั๊กใช้งานเอง ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยม ลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมแบบอัตโนมัติไปเลย

ปั๊มน้ำบาดาล เป็นปั๊มน้ำที่สูบมาใช้ข้างในครัวเรือนหรือใช้ในการเกษตรกรรม

การเลือกปั๊มน้ำให้เหมาะสมกับงานจะช่วยประหยัดเงิน
การเลือกใช้ปั๊มน้ำนั้น ถ้าใช้ภายในบ้านเราต้องดูจากจำนวนผู้อยู่อาศัยว่าอยู่กันกี่คน เช่น ทาวเฮาส์ 2 ชั้น จะมีแค่ 2-3 ห้องน้ำ เลือกใช้ปั๊มขนาด 100-150 วัตต์ก็เพียงพอ หรือถ้าไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เลือกใช้แค่ 100 วัตต์ เราก็สามารถเปิดน้ำควบคู่กันได้ 2-3 จุด แต่ถ้าใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ควรเพิ่มเป็น 150 วัตต์ ก็เพราะว่าจะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำอุ่นหรือเมื่อเราเปิดก๊อกน้ำหลายจุดในเวลาเดียวกัน แล้วถ้าเป็นลูกค้าบ้านเดี่ยวอยากแนะนำให้ใช้ปั๊มขนาด 200–250 วัตต์ เพราะจะเปิดในเวลาเดียวกันได้ถึง 5-6 จุด หรือถ้าติดเครื่องทำน้ำอุ่นถึง 3 ห้องน้ำ ขอชี้ช่องทางให้ใช้แบบ 250 วัตต์ เพราะจะดีตรงที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

อีกอย่างที่ช่วยให้ประหยัดไฟคือการเลือกใช้ฝักบัว ฝักบัวที่น้ำออกมาเป็นฝอยจะช่วยประหยัดน้ำ แต่ถ้าเป็นฝักบัวแบบที่เปิดแล้วน้ำออกมาเป็นสายอย่างนี้จะสิ้นเปลืองน้ำกว่า ไม่ประหยัดน้ำเพราะน้ำจะไหลออกมาเร็วเกินควร และกินไฟเพิ่มมากขึ้นเพราะมอเตอร์ปั๊มน้ำจะทำงานติดต่อกันไม่ตัด ฉะนั้นการที่เราเลือกฝักบัวหรือสายฉีดชำระที่มีความละเอียดเวลาน้ำออกมา มอเตอร์จะไม่ทำงานหนักเพราะตัดได้บ่อยไม่ทำงานต่อเนื่อง แบบนี้จะดีในการเลือกใช้

การติดตั้งปั๊มน้ำอย่างถูกวิธีการช่วยประหยัดพลังงาน
ในการติดตั้งปั๊มน้ำ ไม่แนะนำให้ติดตั้งแบบดึงตรง (by pass) แนะนำให้ต่อกับแท็งก์น้ำ (ติดตั้งแท็งก์น้ำเพิ่ม) แล้วให้ปั๊มดึงน้ำจากแท็งก์เข้าบ้านตรงนี้จะช่วยประหยัดไฟกว่าเป็นพิเศษ อีกอย่างคือการติดตั้งแท็งก์น้ำจะช่วยให้น้ำใช้หรือน้ำฝักบัวของเราไม่มีตะกอน ก็เพราะว่าเวลาที่น้ำเข้าแท็งก์ตัวตะกอนจะตกลงก้นแท็งก์ก่อน เวลาใช้ปั๊มดึงก็จะได้น้ำสะอาดออกมา ทีนี้ก็ช่วยประหยัดน้ำ-ประหยัดไฟได้เยอะเลย…

ล้างรถด้วยการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สิ่งที่เราต้องคำนึงอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน ก็เพราะว่าเครื่องฉีดน้ำล้างรถมีด้วย กันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแต่ 70 Bar 90 Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลาก หลายแรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องจำนวนการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และประเภทของมอเตอร์ งบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับรองสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)
อย่างที่กล่าวในข้างต้น การพิจารณาเรื่องของแรงดันใช้ (Pressure) แรงดันเท่าไรดี ?
จากประสบการณ์ของการขายเครื่องล้างอัดฉีดมาพอสมควร ผม มักจะสรุปได้ดังนี้ คือลูกค้ามักใช้งานเครื่องฉีดน้ำไปใช้งานไม่ตรงกับ ประเภทการใช้งานจริงๆ เพราะว่า ซื้อเอาเพราะราคาไม่แพง ก็พอ คิดว่าไม่แตกต่างกัน สำหรับเครื่องมือช่างอื่นๆ ผมว่าพอทำได้ แต่เครื่องฉีดน้ำเป็นข้อละเว้น มันเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับแรงดัน ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายถ้าหาก การผลิต และการ QC มาไม่ดีพอ (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า คนเขียนไม่มีนโยบายให้ลูกค้าต้องใช้ของมีราคา)

ผู้ใช้งานเครื่องล้างรถ ให้พิจารณาดังนี้ ว่าเราต้องการเอาไปชะล้างอะไร เช่นถ้าหากเอาไป ล้างจักรยานยนต์ ล้างพื้นบ้าน(พื้นที่ไม่ใหญ่มาก) ให้พิจารณาเครื่องฉีดน้ำประมาณ 100-120 Bar ก็พอแล้ว เอาที่มีอัตราการใช้น้ำมากหน่อยลองเปรียบเทียบดู แล้วไปดูว่าประเภทมอเตอร์เป็นระบบใด สำหรับเครื่องฉีดน้ำล้างรถที่ให้แรงดันขนาดนี้จะมีมอเตอร์ให้เลือก 2 รูปแบบด้วยกัน คือ universal Motor (มีแปรงถ่าน) และอีกชนิดคือ ชนิด Induction Motor
สำหรับเครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ชนิด universal Motor นั้นมีจุดเด่นคือราคาถูก ข้อเสียคือ จะมีความร้อนสะสมรวดเร็วทำให้ใช้งานต่อเนื่องยาวนานไม่ได้ ใช้ประมาณ 20-25 นาที ต้องพักประมาณ 10-15 นาที และมีเสียงดังมาก ถ้าหากคุณใช้งานตามบ้าน ไม่ได้ใช้งานหนักก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ราคาอยู่ประมาณ 2,xxx – 7,xxx บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และ คุณภาพครับ
สำหรับเครื่องฉีดน้ำล้างรถที่ใช้มอเตอร์ชนิด Induction Motor เป็นมอเตอร์ความเร็วรอบต่ำ ทำให้ความร้อนสะสมน้อย ทำให้ฉีดต่อเนื่องได้ยาวนาน เสียงเงียบ สำหรับผู้ใช้ตามบ้านที่เป็นห่วงเรื่องเสียงของเครื่องฉีดน้ำ ล้างรถ แนะนำให้ใช้เครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ประเภทนี้ แต่จะต้องแลกมาด้วยค่าตัวของมัน ซึ่งแพงขึ้น มาหน่อย อยู่ราวๆ 6,xxx – 2x,xxxx บาท ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ แหล่งผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งเครื่องล้างอัดฉีดในกลุ่มนี้ มีเทคโนโลยีต่างกันมากมาย สำหรับเครื่องล้างรถในกลุ่มนี้
เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็หน้าจะเลือกเครื่องล้างรถได้ตรงกับความตั้งใจแล้วนะครับ

การเลือกซื้อปั๊มลมและปั๊มลม 6 ประเภท

ปั๊มลมสามารถแยกแยะเป็น
1. ปั๊มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
เป็นเครื่องอัดลมหรือปั๊มลมที่นิยมใช้ถือว่าเป็นปั๊มลมที่ใช้กันมากที่สุดเนื่องจากสมรรถนะอัดลม คือสร้างความดันหรือแรงดันได้ตั้งแต่ 1บาร์ (bar)ไล่ระดับไปจนถึงเป็นพันบาร์(bar) เป็นเหตุให้ปั๊มลมแบบลูกสูบทำได้ตั้งแต่ความดันต่ำ ความดันปานกลาง จนไปถึงความดันสูง มีแบบใช้สายพาน จะให้เสียงเงียบกว่าแบบ โรตารี่ ที่มีมอเตอร์ในตัว จุดเด่นของโรตารี่คือได้ลมใช้งานที่รวดเร็วกว่าแบบสายพาน
2.ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
เป็นที่นิยมในโรงงาน ตัวเครื่องมีการผลิตที่มีคุณลักษณะสูงในการผลิตโรเตอร์ ตัวเครื่องจะ ไม่มีลิ้นในการเปิดปิด แต่ต้องการระบบถ่ายเทความร้อนที่ดีออกจากปั้มมีทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศหรือใช้น้ำถ่ายเทความร้อนหากเป็นเครื่องสัดส่วนใหญ่ ปั้มลมจะสามารถจ่ายลม 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) อีกทั้งสร้างความดันได้ถึง 10 บาร์
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
เป็นปั๊มลมที่ใช้ตัวไดอะแฟรมทำให้การดำเนินการของลูกสูบและหัวดูดอากาศแยกออกจากกัน ดังนั้นลมที่ถูกดูดเขาในปั๊ม หรืออัดอากาศ จะไม่ได้มีการโดนหรือสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะ และลมที่ได้จะไม่มีการผสมน้ำมันหล่อลื่นแต่จะไม่สามารถสร้างแรงดันได้สูง จุดดีคือลมที่ได้จากปั๊มประเภทนี้จึงมีความเสถียรมากและมักใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเคมี และอาจะใช้ในการอุสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำเนื่องจากเสียงที่เงียบกว่าแบบลูกสูบ
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
ราคาปั๊มลมชนิดนี้ข้อดีคือเสี่ยงจะไม่ดังการทำงานของการหมุนจะเรียบมีความต่อเนื่องการอัดอากาศคงที่ ไม่มีลิ้นหรือวาวล์ในการเปิดปิดในพื้นที่จำกัดทำให้ไวต่อความร้อน หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีจะต้องผลิตด้วยความประณีต สามารถกระจายลม 4-100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) ส่วนความดันทำได้ที่ 4-10 บาร์(Bar)
5. ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมนี้จะมีใบพัดหมุน 2 ตัว เมื่อโรเตอร์ 2 ตัวทำการหมุน ภูมิอากาศจะถูกดูดจากฝากหนึ่งไปยังอีกฝากหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงความจุ ทำให้อากาศไม่ถูกบีบหรืออัดตัว แต่อากาศจะถูกอัดตัวก็ต่อเมื่ออากาศได้ถูกส่งเข้าไปยังถังเก็บลม ปั้มลมแบบนี้เงินลงทุนการผลิตจะแพง ไม่มีลิ้น ไม่ต้องการหล่อลื่นช่วงทำงาน แต่ต้องมีการระบายความร้อนที่ดี
6. ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
ขายปั๊มลมปั้มลมแบบนี้จะได้อัตราการจ่ายลมที่มาก ลักษณะเป็นใบพัดกังหันดูดเข้ามาจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งด้วยการหมุนความเร็วสูง ประเภทใบพัดจึงมีส่วนสำคัญเรื่องอัตราการจ่ายลมด้วย

ปั๊มน้ำใช้ในบ้าน การคัดเลือกซื้อของปั๊มน้ำ

เครื่องปั๊มน้ำ(Pump) เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยส่งผ่านพลังงานจากแหล่งต้นตอไปยังของเหลว เพื่อเป็นเหตุให้ของเหลวเปลี่ยนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งที่อยู่สูงกว่า หรือในระยะทางที่ไกลออกไป โดยจุดเริ่มแรกของเครื่องปั๊มน้ำนี้มีตำนานที่ยาวนานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช ซึ่งในช่วงแต่เดิมมีการใช้พลังงาน ที่ได้จากสามัญชน สัตว์ ตอนหลังจึงได้ใช้พลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจากลม และน้ำเป็นแหล่งแหล่งที่มา ซึ่งในระยะเริ่มต้นเพียง เพื่อให้การอุปโภคบริโภคและทำไร่แค่นั้น

ปั๊มน้ำ ที่นิยมใช้ในบ้านจำนวนมากเป็นแบบสำเร็จรูป ประกอบด้วย ตัวปั๊มและถังความดัน มีอยู่หลายแบบ เช่น แบบที่เป็นตัวปั๊มเกาะอยู่บนถังความดัน และมีฝาครอบที่เรียกว่า ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ทั้งนี้เพราะปั๊มน้ำ ราคาถูก ตัวปั๊มจะควบคุมการทำงานด้วนสวิตซ์ความดัน (Pressure Switch) ซึ่งทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้น้ำในบ้าน ความดันในท่อจะลดลงจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มน้ำจะทำงานจ่ายน้ำเข้าเส้นท่อเมื่อหยุดหรือปิดอุปกรณ์ความดันจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มจะหยุดเครื่องปั๊มน้ำแบบนี้มักมีขนาดเล็ก ๆ จนถึงขนาดกลาง ถ้าเป็นบ้านหรืออาคารขนาดใหญ่ ต้องใช้ชุดเครื่องปั๊มน้ำแบบ Packaged Booster Pump Set ซึ่งจะจ่ายน้ำได้ในผลรวมสูง และเลือกความดันหลายขั้น แบ่งได้ 2 แบบ คือ
1. ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสมสำหรับอาคาร ตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ ที่พักอาศัยเดี่ยว มีประเภทเป็นระบบสวิตซ์เปิด-ปิดอัตโนมัติ ประหยัดไฟ มีกำลังส่งไปยังจุดต่าง ๆ
ภายในบ้านได้ดี สามารถต่อกับเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า หรือก๊อกน้ำได้
2. ปั๊มน้ำแรงดันคงที่ เข้ากันสำหรับอาคารตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว เป็นปั๊มอัตโนมัติควบคุมแรงดันคงที่ ให้น้ำต่อเนื่อง เหมาะกับการติดตั้งใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่น ที่สำคัญไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน

ปั๊มน้ำ การคัดเลือกซื้อของปั๊มน้ำ
ถ้าเราจะเลือกสรรปั๊มน้ำสักตัวใช้งานให้เหมาะสมกับหัวสปริงเกอร์ที่ใช้งานหรือใช้งานทั่วไปแล้ว แล้วคำนวนราคาปั๊มน้ำตามแนวคิดจริงๆผมว่าประชาชนอย่างเราคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจและไม่มีทางเข้าใจ ตั้งแต่เห็นสูตรการคำนวนอันแรกแล้ว แต่ถึงเราไม่อยากดูสูตรที่ชวนตาลาย แต่ว่าเราก็จำเป็นต้องรู้ขั้นแรกต่างๆของปั๊มด้วยเช่น หน่วยวัดต่างๆที่ใช้กับปั๊มน้ำ , การดูตารางความสามารถของปั๊มน้ำ , แรงดันสูญเสียภายในท่อ, ไม่งั้นเราจะไม่มีทางรู้วิถีทางการเลือกได้เลย แบบของเครื่องปั๊มน้ำก็มีอยู่มากมายให้เลือก ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องทบทวนถึงการใช้งานของตนเอง โดยเป็นส่วนใหญ่ก็แบ่งออกเป็นเครื่องปั๊มน้ำเพื่ออาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม และสำหรับบ้านเรือนทั่วไป ซึ่งตรงนี้จำเป็นจะต้องได้รับข้อคิดเห็นจากผู้ชำนาญก่อนจะตัดสินใจซื้อ

ในสมัยปัจจุบันเครื่องปั๊มน้ำจัดเป็นอุปกรณ์อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนอย่างมาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอย ที่ช่วยจัดส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร คมนาคม อุตสาหกรรม จวบจวนจนการรักษาน้ำเสีย เพื่อรักษา สภาวะแวดล้อม ที่ดีให้กับมนุษย์ ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องปั๊มน้ำในประจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ใช้พลังงานจาก แหล่งธรรมชาติมาเป็น การใช้พลังงานจากไอน้ำ จากเครื่องยนต์ และที่นิยมกันมากคือ การใช้พลังงานไฟฟ้า ด้วยเหตุที่ความง่ายและง่ายต่อการใช้งานของลักษณะงาน

ประเภทปั๊มน้ำและลักษณะต่างๆ

“ปั๊มน้ำ” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการค้าขายกันมานาน และมีความเจริญด้านเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

ปั๊มน้ำ เป็นส่วนใหญ่มีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ, ปั๊มน้ำกึ่งอัตโนมัติ, ปั๊มหอยโข่ง ปั๊มน้ำบาดาล และปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกันออกไป

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ เมื่อมีการหมุนก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มน้ำก็หยุดทำงาน สัดส่วนของปั๊มน้ำอัตโนมัติมีตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับ 100–150 วัตต์ เหมาะกับบ้านที่มีผู้อาศัย 2-3 คน และ ขนาด 400 – 700 วัตต์ สำหรับตระกูลใหญ่

ปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ เหมาะสำหรับการดึงน้ำ เช่น ดึงน้ำท่วมบ้าน ดึงน้ำจากบ่อ ปั๊มจุ่มจะมีให้เลือกหลายขนาด ถ้าอยากได้ให้ดึงน้ำเร็วต้องใช้ตัวที่วัตต์สูง เช่น 200 -250 วัตต์ แต่ถ้าไม่อยากได้ดึงน้ำมากๆ ใช้วัตต์น้อยๆ ก็จะประหยัดได้ด้วย ในการใช้งานต่อเนื่องจะใช้ได้แค่ 7 ชั่วโมง ถ้าเกินจากนั้นปั๊มน้ำจะร้อนจัดทำให้มอเตอร์ตัดและใบพัดล็อค เราต้องถอดใบพัดออกมาหมุนกลับเข้าไปใหม่ ก็จะใช้งานได้ตามเดิม

ปั๊มหอยโข่ง เหมาะสำหรับกับการดึงน้ำเก็บใส่ถัง เหมือนที่ใช้ในการเกษตรคือส่งน้ำไปไกลๆ หรือดึงน้ำขึ้นไปบนอาคารสูงๆ เนื่องจากปั๊มหอยโข่งจะมีแรงม้าสูง มี 1 แรงม้า 2 แรงม้า แต่ไม่เป็นระบบอัตโนมัติ ตัวนี้เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องนานๆ

ปั๊มกึ่งอัตโนมัติ จะคล้ายๆ กับปั๊มอัตโนมัติ แต่เราต้องเปิด-ปิดสวิทช์ หรือเสียบปลั๊ก-ถอดปลั๊กใช้งานเอง ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยม ลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมแบบอัตโนมัติไปเลย

DSC06254

ปั๊มน้ำบาดาล เป็นปั๊มน้ำที่ดูดมาใช้ด้านในครัวเรือนหรือใช้ในการเกษตรกรรม

การเลือกปั๊มน้ำให้เหมาะสมกับงานจะช่วยประหยัดเงิน
การเลือกใช้ปั๊มน้ำนั้น ถ้าใช้ในบ้านเราต้องดูจากปริมาณผู้อยู่อาศัยว่าอยู่กันกี่คน เช่น ทาวเฮาส์ 2 ชั้น จะมีแค่ 2-3 ห้องน้ำ เลือกใช้ปั๊มขนาด 100-150 วัตต์ก็พอเพียง หรือถ้าไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เลือกใช้แค่ 100 วัตต์ เราก็สามารถเปิดน้ำในเวลาเดียวกันได้ 2-3 จุด แต่ถ้าใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ควรเพิ่มเป็น 150 วัตต์ เพราะจะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำอุ่นหรือเมื่อเราเปิดก๊อกน้ำหลายจุดในเวลาเดียวกัน แล้วถ้าเป็นลูกค้าบ้านเดี่ยวอยากแนะนำให้ใช้ปั๊มขนาด 200–250 วัตต์ เพราะจะเปิดพร้อมกันได้ถึง 5-6 จุด หรือถ้าติดเครื่องทำน้ำอุ่นถึง 3 ห้องน้ำ ขอชี้ช่องทางให้ใช้แบบ 250 วัตต์ เพราะจะดีตรงที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

อีกอย่างที่ช่วยให้ประหยัดไฟคือการเลือกใช้ฝักบัว ฝักบัวที่น้ำออกมาเป็นฝอยจะช่วยประหยัดน้ำ แต่ถ้าเป็นฝักบัวแบบที่เปิดแล้วน้ำออกมาเป็นสายอย่างนี้จะสิ้นเปลืองน้ำกว่า ไม่ประหยัดน้ำเพราะน้ำจะไหลออกมาเร็วเกินพอดี และกินไฟเพิ่มมากขึ้นเพราะมอเตอร์ปั๊มน้ำจะทำงานต่อเนื่องไม่ตัด ฉะนั้นการที่เราเลือกฝักบัวหรือสายฉีดชำระที่มีความละเอียดเวลาน้ำออกมา มอเตอร์จะไม่ทำงานหนักเพราะตัดได้บ่อยไม่ทำงานติดต่อกัน แบบนี้จะดีในการเลือกใช้

การติดตั้งปั๊มน้ำอย่างถูกวิธีช่วยประหยัดพลังงาน
ในการติดตั้งปั๊มน้ำ ไม่แนะนำให้ติดตั้งแบบดึงตรง (by pass) แนะนำให้ต่อกับแท็งก์น้ำ (ติดตั้งแท็งก์น้ำเพิ่ม) แล้วให้ปั๊มดึงน้ำจากแท็งก์เข้าบ้านตรงนี้จะช่วยประหยัดไฟกว่าเป็นพิเศษ อีกอย่างคือการติดตั้งแท็งก์น้ำจะช่วยให้น้ำใช้หรือน้ำฝักบัวของเราไม่มีตะกอน เพราะว่าเวลาที่น้ำเข้าแท็งก์ตัวตะกอนจะตกลงก้นแท็งก์ก่อน เวลาใช้ปั๊มดึงก็จะได้น้ำสะอาดออกมา ทีนี้ก็ช่วยประหยัดน้ำ-ประหยัดไฟได้เยอะเลย…

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ล้างมอไซต์ ล้างพื้นบ้าน

การเลือกซื้อ เครื่องล้างอัดฉีด ปั๊มอัดฉีด
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สิ่งที่เราต้องทบทวนอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน เพราะว่าเครื่องฉีดน้ำมีด้วย กันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแต่ 70 Bar 90 Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลาก หลายแรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องปริมาณการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และประเภทของมอเตอร์ งบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับรองสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)

DSC04325
อย่างที่กล่าวในข้างต้น การพิจารณาเรื่องของแรงดันใช้ (Pressure) แรงดันเท่าไรดี ?
จากความเชี่ยวชาญของการขายเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาพอสมควร ผม มักจะสรุปได้ดังนี้ คือลูกค้ามักเลือกใช้เครื่องล้างรถไปใช้งานไม่ตรงกับ ลักษณะการใช้งานจริงๆ เพราะว่า ซื้อเอาเพราะราคาประหยัด ก็พอ คิดว่าไม่แตกต่างกัน สำหรับเครื่องมือช่างอื่นๆ ผมว่าพอทำได้ แต่เครื่องล้างอัดฉีดเป็นข้อยกเว้น มันเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับแรงดัน ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายถ้าหาก การผลิต และการ QC มาไม่ดีพอ (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผู้เขียนไม่มีนโยบายให้ลูกค้าต้องใช้ของมีราคา)

ผู้ใช้งานเครื่องล้างอัดฉีด ให้พิจารณาดังนี้ ว่าเราต้องการเอาไปชำระล้างอะไร เช่นถ้าหากเอาไป ล้างมอไซต์ ล้างพื้นบ้าน(พื้นที่ไม่ใหญ่มาก) ให้พิจารณาเครื่องฉีดน้ำล้างรถประมาณ 100-120 Bar ก็พอแล้ว เอาที่มีอัตราการใช้น้ำมากหน่อยลองเปรียบเทียบดู แล้วไปดูว่าประเภทมอเตอร์เป็นระบบใด สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ให้แรงดันขนาดนี้จะมีมอเตอร์ให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ universal Motor (มีแปรงถ่าน) และอีกชนิดคือ ชนิด Induction Motor
สำหรับเครื่องล้างรถที่ใช้มอเตอร์ชนิด universal Motor นั้นมีข้อดีคือราคาถูก ข้อบกพร่องคือ จะมีความร้อนสะสมรวดเร็วทำให้ใช้งานต่อเนื่องยาวนานไม่ได้ ใช้ประมาณ 20-25 นาที ต้องพักประมาณ 10-15 นาที และมีเสียงดังมาก ถ้าหากคุณใช้งานตามบ้าน ไม่ได้ใช้งานหนักก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ราคาอยู่ประมาณ 2,xxx – 7,xxx บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และ คุณค่าครับ
สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ใช้มอเตอร์ชนิด Induction Motor เป็นมอเตอร์ความเร็วรอบต่ำ ทำให้ความร้อนสะสมน้อย ทำให้ฉีดต่อเนื่องได้ยาวนาน เสียงเงียบ สำหรับผู้ใช้ตามบ้านที่เป็นห่วงเรื่องเสียงของเครื่องล้างอัดฉีด แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดน้ำที่ใช้มอเตอร์ประเภทนี้ แต่จะต้องแลกมาด้วยค่าตัวของมัน ซึ่งแพงขึ้น มาหน่อย อยู่ราวๆ 6,xxx – 2x,xxxx บาท ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ แหล่งผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งเครื่องล้างอัดฉีดในกลุ่มนี้ มีเทคโนโลยีต่างกันมากมาย สำหรับเครื่องฉีดน้ำล้างรถในกลุ่มนี้
เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็หน้าจะเลือกเครื่องล้างอัดฉีดได้ตรงกับความอยากได้แล้วนะครับ

เครื่องขัดกระดาษทรายอุปกรณ์ตกแต่งผิวไม้ให้เนียน

เครื่องขัดกระดาษทรายเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่มีมอเตอร์กระแสไฟอยู่ด้านบน และกระดาษทรายแบบต่อเนื่องอยู่ด้านข้างใต้ มีลูกกลิ้งหรือสายพานเลื่อนไปได้ทั้งหน้าและหลัง การที่ช่างไม้จะทำงานไม้ให้ออกมาดูดีขึ้นอยู่กับหลายเหตุ และการขัดไม้ให้ออกมาเรียบร้อย สวย เรียบก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยเหตุนั้นการขัดไม้ให้ออกมาดูดีจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการดีไซน์งานไม้เลยก็ว่าได้

BS9403

เครื่องขัดกระดาษทราย ราคาถูก

 

เครื่องขัดกระดาษทรายถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องขัดกระดาษทรายไม่ได้ใช้ในงานขัดไม้ที่ขรุขระให้เนียนเพียงอย่างเดียวทั้งหมด ยังสามารถใช้กับงานอื่นๆ เช่น การสร้างชิ้นส่วนของเครื่องเรือนหรือรูปร่างที่คล้ายกัน อย่างเช่นบันได ตกแต่งผิวไม้ให้เนียนก็ทำได้เช่นกัน และสามารถใช้กับงานลอกสีสำหรับทาสีใหม่ได้ ขัดรอยประสานต่อของไฟเบอร์กลาสให้เรียบสำหรับงานซ่อมบำรุงรถยนต์ เป็นเครื่องขัดสีรถยนต์ได้อีกด้วยเครื่องขัดกระดาษทรายพวกเขาจะใช้โดยทั่วๆ ไปสำหรับการตกแต่งและขัดพื้นผิวที่ปุ่มๆ ป่ำๆมาก และทำการขัดพื้นผิวปรับระดับ
การใช้งานอย่าอัดน้ำหนักลงบนเครื่องขัดกระดาษทราย ให้ความหนักของเครื่องทำงาน บางรุ่นนั้นมีตัวสั่งงานความเร็ว มีประโยชน์สำหรับเครื่องขัดกระดาษทรายมาก เพราะจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความเร็วของสายพานขัด เพิ่มความเร็วในการจะช่วยให้ขัดได้อย่างในทันทีและกำจัดปัญหาในการควบคุมไปได้ด้วย

การขัดไม้นั้นเราสามารถขัดได้โดยใช้กระดาษทรายขัดไม้ ลูบหน้าไม้เพื่อขจัดเสี่ยนไม้อออกไปโดยสามารถเลือกใช้กระดาษทรายได้ตามความพอเหมาะของงาน งานละเอียดมากก็ใช้กระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 0 โดยเราสามารถขัดโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ ถ้าหากปริมาณงานไม่เยอะมาก แต่ถ้าหากจำนวนงานเยอะมากเราก็อาจจะหาเครื่องขัดไม้ ,เครื่องขัดกระดาษทราย หรือเครืองขัดสายพานมาใช้ เครื่องขัดกระดาษทรายก็มีให้เลือกมากมายแบบด้วยกันควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมของงาน

การเลือกสรรใช้เครื่องขัดไม้ หรือเครื่องขัดกระดาษทรายสำหรับคนที่ทำหน้าที่ไม้ หรือช่างไม้ การจะทำงานไม้ให้ออกมาดูดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการขัดไม้ได้ออกมาสวยงาม สวย เรียบถ้าหากต้องโชว์ลวดลายไม้การขัดไม้ยิ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยเหตุนั้นการขัดไม้ให้ออกมาเรียบร้อยจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการออกแบบงานไม้เลยก็ว่าได้

การเลือกเครื่องขัดกระดาษทราย ราคาถูก
การเลือกสรรเครื่องขัดกระดาษทรายนั่น เราต้องเลือกให้เหมาะกับงาน เช่นงานขัดเฟอร์นิเจอร์ ควรใช้เครื่องขัดกระดาษทรายแบบสั่น ขัดพื้นไม้ระแนง หรือระเบียงไม้ ควรใช้เครื่องขัดกระดาษทรายสายพาน ส่วนขัดพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือพื้นปาร์เก้ควรใช้เครื่องขัดกระดาษทรายแบบลากจูง เป็นต้น
ควรคัดเลือกเครื่องขัดกระดาษทรายให้เหมาะสมกับงานเครื่องขัดกระดาษทรายขนาดเล็กถึงขนาดกลางมีตั้งแต่ของจีนราคาไม่กี่ร้อย ถึงสินค้าเครื่องหมายการค้าเกณฑ์ราคาหลายๆพัน เครื่องขัดกระดาษทรายแบบรถถัง หรือที่เรียกว่าเครื่องขัดกระดาษทรายสายพาน เหมาะสมกับการใช้งานในเขตพื้นที่ค่อนข้างกว้างราคาหลายพันบาททีเดียว บางรุ่นจะมีกระดาษทรายที่แคบแต่ยาว แต่บางรุ่นจะเป็นแบบกระดาษทรายกว้างมากก็มี

เลือกซื้อเครื่องอัดลม เครื่องยิงตะปูลม

ปั๊มลม หรือ เครื่องอัดลม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Air Compressor” ดำเนินการในการอัดลมให้มีแรงกระตุ้นสูงตามที่เราต้องการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และประยุคใช้ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบลมในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็ก ตลอดจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ระบบนิวเมติกส์ และอุตสาหกรรมครัวเรือน เช่นร้านซ่อมรถ ซึ่งจะใช้เป็นปั๊มลมตระกูลลูกสูบ (Piston Air Compressor) เพราะใช้แรงดัน (Pressure) ไม่สูงมาก เป็นต้น ส่วนเครื่องอัดอากาศที่ใช้ในโรงงานนั้นส่วนมากแล้วจะใช้เป็นปั๊มลมลักษณะสกรู (Screw Air Compressor) ซึ่งจะใช้แรงลมที่มากกว่า ปกติแล้ว ปั๊มลมหรือปั๊มลมขนาดเล็ก คือ เครื่องใช้ไม้สอยบีบอัดอากาศจากบรรยากาศ เพื่อให้เกิดความดันสูงขึ้น และสามารถนำไปใช้ในรูปแบบหนึ่งของ”พลังงาน” อากาศที่ถูกอัดสามารถนำไปใช้งานได้ดีเสมือนหนึ่งในสามทรัพยากรของโรงงาน ได้แก่ไฟฟ้า , น้ำประปา และ ลมอัด ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมและมากมาย การใช้งานลมได้รับความนิยมอย่างมากในปั๊มลมขนาดเล็กของการนำลมใช้เป็นตัวขับเครื่องจักรต่างๆ เช่น เครื่องมือ หุ่นยนต์ หมู่ต่างๆ

DSC08702
ปั้มลม คือ พลังงานใหม่ที่น่าศึกษา เพราะมีเครื่องปั๊มลมรองรับมากมาย เช่น ปืนลม สกัดคอนกรีตลม ปากกาลม ไขควงลม สว่านลม AIR DRILLS, ปืนเป่าลม AIR BLOW GUN, เครื่องยิงตะปูลม AIR STRAPLERS/AIR NAILERS เป็นต้น การใช้เครื่องปั๊มลมจึงเป็นที่นิยม เพราะสามารถใช้กับอุตสาหกรรมได้เป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อน เครื่องอัดอากาศของเครื่องยนต์ ปั้มลมของปั๊มลม หรือแม้กระทั้งหุ่นยนต์ เครื่องอัดลมสำหรับงานอุตสาหกรรม เครื่องปั๊มลมตามอู่ซ่อมรถ ร้านปะยาง ปเครื่องอัดลมพ่นสีตามอู่ซ่อมสีรถยนต์ บริการล้างรถ เครื่องปั๊มลมสำหรับงานไม้ เฟอนิเจอร์ ตกแต่งภายใน หรือใช้ตามบ้านสำหรับงานอดิเรก พ่นสีโมเดล ใช้เครื่องปั๊มลมกับแอร์บลัช เพื่องานประกอบโมเดล ปั๊มลมขนาดเล็ก หรือเครื่องอัดลม เราควรมาดูความต้องการใช้งานปั้มลมให้เหมาะสมกับงาน

วิถีทางเลือกซื้อเครื่องอัดลม
เราต้องเลือกดูงานที่เราจะใช้ เราต้องการเครื่องอัดลมที่แรงดันมากน้อยขนาดไหน ปริมาณลมที่ต้องการมาก ความต่อเนื่องของงาน หรือปริมาณการจ่ายลม ลมที่ใช้ต้องบริสุทธิ์ระดับไหน เช่น การทำงานของช่างไม้ ใช้ปั้มลูกสูบ อาจจะต้องการแรงลมมากพอเหมาะพอควร อาจจะแตกต่างเรื่องความต่อเนื่องของงานทำให้ ปั๊มลมขนาดของถังบรรจุลมที่ใหญ่ สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง เครื่องก็จะไม่ต้องทำงานหนักคือเครื่องอัดลมทำงานบ่อย เมื่อความดันหรือปริมาณลมลดต่ำลง หรือ จะใช้เครื่องอัดลมกับแอร์บลัช สถานที่การใช้งานมีส่วนสำคัญ เช่น แหล่งท้องถิ่น บ้านพักอาศัย อาจก่อให้เกิดความรำคาญได้ หากต้องเลือก ระหว่าง ปั้มลมสายพาน กับโรตารี่ (Rotary) ปั้มลมสายพานจะเสียงเบากว่าปั้มลม โรตารี่ (Rotary) หากต้องการลมที่มีความสะอาด ใช้เครื่องอัดอากาศแบบ ไดอะเฟรม เพราะลมจะไม่ได้สัมผัสกับโลหะเลย แต่ให้แรงลมน้อย ใช้กับอุดสาหกรรมเคมี อาจมีอาการลมขาดช่วงบ้าง ส่วนปั้มลมแบบสกรูเราจะพบเห็นตามโรงงานเป็นส่วนใหญ่ ให้แรงลมต่อเนื่องและมีความดันตามขนาดของตู้ ฯลฯ

ปั๊มลมหรือปั๊มลมแบบลูกสูบ (Piston Air Compressor)
ถือเป็นปั๊มลมที่นิยมใช้งานมากที่สุดด้วยความเหมาะสมต่อการใช้งานและราคาที่ไม่สูงมากนักแถมยังสามารถเปลี่ยนที่ได้สะดวกอีกด้วย โดยเครื่องอัดลมชนิดนี้สามารถสร้างความดันหรือแรงกดดันลมได้ตั้งแต่ 1 bar ไปจนถึง 1,000 bar เลยทีเดียว โดยแรงอัดจะขึ้นอยู่กับปริมาณขั้นของการอัด ยิ่งขั้นในการอัดมากก็จะสามารถสร้างแรงอัดได้สูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง สำหรับปั๊มลมหรือเครื่องปั๊มลมแบบลูกสูบ ยังแบ่งออกเป็นลักษณะย่อยๆได้อีกอย่างเช่น Booster Air Compressor, High Pressure Air Compressor ปั๊มลมแรงดันสูงแต่ให้เสียงที่เงียบ เพราะโดยปกติแล้วปั๊มลมตระกูลลูกสูบนั้นจะมีสิ่งบกพร่องอย่างหนึ่งคือเสียงดังขณะเครื่องทำงาน